“แก้มลิงข้าว” แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดราคาตกตํ่า

โครงการชะลอพืชผลการเกษตร (แก้มลิง) ตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน หนึ่งโครงการสำคัญที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์และสถาบันเกษตรกร

โครงการชะลอพืชผลการเกษตร (แก้มลิง) ตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ muslimyouthgroup.orgดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลในการยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์และสถาบันเกษตรกร ตลอดจนช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องผลผลิตล้นตลาด

โดยสนับสนุนสหกรณ์ทำหน้าที่เป็นแก้มลิงในการเก็บรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ทั้งข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลังและยางพารา เพื่อชะลอปริมาณผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว โดยกรมฯจะสนับสนุนอุปกรณ์การตลาด ทั้งฉาง ลานตาก โกดัง เครื่องอบลดความชื้นและอุปกรณ์ในการแปรรูปผลผลิตการเกษตรให้สหกรณ์ใช้เก็บรวบรวมผลผลิตไว้ รอเวลาที่เหมาะสม จึงจะทยอยนำออกสู่ตลาด เพื่อสร้างเสถียรภาพราคาผลผลิตการเกษตรให้แก่เกษตรกร

    สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ จำกัด เป็นอีกหนึ่งสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยใช้ชื่อว่าโครงการแก้มลิงข้าว เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่ปลูกข้าวเป็นหลัก เป็นการช่วยลดการไหลบ่าของข้าว เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด นายประพันธ์ มายรรยงค์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ จำกัด บอกว่า ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อสมาชิกเก็บเกี่ยวข้าวแล้วก็จะขายไป

ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับเกษตรกรรายอื่น ๆ ทำให้ข้าวล้นตลาด และราคาตกต่ำ แต่หลังจากมีโครงการนี้เข้ามา ภาครัฐจะสนับสนุนเงินทุนในการรวบรวมข้าวมาให้สหกรณ์ เมื่อสมาชิกนำข้าวมาขาย สหกรณ์จะรับซื้อในราคานำตลาด เช่น จากที่เคยซื้อในราคาตันละ 7,000 บาท ก็ซื้อในราคาตันละ 7,300 บาท ที่สำคัญเกษตรกรที่จะนำข้าวมาขายให้กับสหกรณ์ ต้องมาเอง รวมถึงต้องขึ้นทะเบียนและขายข้าวตามพื้นที่ที่ขึ้นทะเบียนไว้เท่านั้น

     สำหรับในปีที่ผ่านมา สหกรณ์สามารถรวบรวมข้าวได้ประมาณ 50,000– 60,000 ตัน ขายไปบ้างบางส่วน แต่ในส่วนที่เข้าโครงการฯ เก็บได้ ถึง 27,559 ตัน ซึ่งสหกรณ์จะได้ค่าเก็บรักษาตันละ 1,500 บาท และได้เงินเฉลี่ยคืนกว่า  41,300,000 บาท โดยในปีนี้ตั้งเป้ารวบรวมข้าวเข้าโครงการฯ ไม่ต่ำกว่า 40,000 ตัน

     “โครงการนี้สามารถเพิ่มอำนาจการต่อรองให้กับสหกรณ์ได้มาก โดยสหกรณ์จะตกลงราคาซื้อขายข้าวกับพ่อค้าในช่วงที่ข้าวขาดตลาด ทำให้สามารถเพิ่มราคาข้าวได้สูงขึ้น และมีเงินเฉลี่ยคืนให้กับสมาชิกได้ โดยในปีที่ผ่านมาสามารถเฉลี่ยคืนสมาชิกได้ตันละ 500 บาท” นายประพันธ์ กล่าว

      อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ จำกัด ได้ดำเนินงานตามอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์ เพื่อนำประโยชน์สู่มวลสมาชิก ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยเริ่มจากการส่งเสริมสมาชิกผลิตพันธุ์ข้าวคุณภาพครบวงจร ภายใต้โครงการส่งเสริมการเกษตรแบบนาแปลงใหญ่ รวมทั้งเพิ่มมูลค่าโดยการ    คัดคุณภาพข้าวที่สมาชิกเข้าโครงการนาแปลงใหญ่ และไม่เข้าโครงการนาแปลงใหญ่ รวมถึงสมาชิกเกษตรกรทั่วไป เพื่อเพิ่มมูลค่าในการที่จะเข้าโครงการชะลอข้าว โดยการผลิตเป็นข้าวสารตราอุดม และสหกรณ์จะหาตลาด เพื่อจำหน่ายให้กับเครือข่ายทั้งในพื้นที่ และทั่วประเทศ