เกษตรพอเพียง การเกษตรที่สร้างความสุขง่ายๆ ให้ชีวิต แต่มั่นคงและยั่งยืน

……เกษตรพอเพียง การทำความสุขง่ายๆ ให้ชีวิต แต่มั่นคง และยั่งยืน “ พอเพียง ” คำนี้มีความหมายที่เราทุกคนต่างรู้กันดี มันคือความพอดีในทุกสิ่งของการดำเนินชีวิต ไม่ว่าเราจะสิ่งใดก็ตามเรามีคำว่า พอเพียง ชีวิตย่อมสามารถพบความสุขได้โดยง่าย และเมื่อเรานำคำนี้มารวมกับการทำเกษตรกรรม จึงเกิดเป็นแนวคิด “เกษตรทฤษฎีใหม่” หรือการทำสวนแบบพอเพียงนั่นเอง gclubslotonline.co

ในวันนี้เราจึงอยากพาเพื่อนๆ ทุกคน ตามดูรายละเอียดต่างของ การทำสวนแบบพอเพียง ตามแบบของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ผู้ที่นิยามคำว่า “ พอเพียง “ ให้ประชาชนชาวไทยทุกคน ในหลวง รัชกาลที่ 9 เคยดำรัสเอาไว้ในเรื่องของการเกษตรแบบพอเพียงว่า “ การทำกาเกษตรแบบพอเพียงนั้น คือการพึ่งพาตนเองได้ในทุกสถานการณ์ ด้วยการจัดการทรัพยากรแบบยั่งยืน “ ด้วยวิธีเหล่านี้

1. การแบ่งพื้นที่เพื่อการใช้สอย
เราต้องรู้จักพื้นที่เพราะปลูกของเราเสียก่อนว่าเป็นเช่นไร ทั้งสภาพดิน ทางลม แสงแดด น้ำ จากนั้นแบ่งพื้นของเราออกเป็นส่วนดังนี้ 3 / 3 / 3 / 1 เพื่อจัดส่วนต่างๆ ในการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ขุดบ่อน้ำ พืชล้มลุก และพืช ผลไม้ยืนต้น

นอกจากนี้อาจจะมีในส่วนของโรงเรือน และฟาร์มเล็กๆ หากมีพื้นที่เพียงพอ แต่ใครที่มีคับแคบไม่สามารถใส่รายละเอียดตามนี้ได้ทั้งหมด ก็สามารถตัดออกได้ตามแต่ละปัจจัย เพื่อให้เหมาะสมกันสถานที่ของเรามากที่สุด

2. DIY ตามแนวทางเกษตรพอเพียง
ความคิดสร้างสรรค์ และการปรับเปลี่ยนเพื่อสามารถนำมาใช้งานได้จริง โดยในตัวอย่างนี้เราจะยกเรื่องการลำเลียง และการจัดการน้ำของในหลวง รัชกาลที่ 9 ท่านทรงให้จัดการน้ำอย่างเป็นระบบ มีการจัดการบ่อกักเก็บส่วนหนึ่ง

การต่อท่อลำเรียงไปยังส่วนของแปลงเกษตร นอกจากนี้ยังสามารถเลี้ยงปลาในบ่อกักเก็บน้ำเพื่อเป็นอาหาร หรือปลูกพืชน้ำอย่างผักกระเฉดได้เช่นกัน จะเห็นได้ว่าเป็นการใช้ทุกอย่างเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

3. การปรับดินให้มีคุณภาพตามธรรมชาติ
เมื่อทำการเกษตร เราย่อมต้องมีการปรับสภาพดินให้เหมาะแก่การเพราะปลูก แต่ว่าหลายวิธีอาจจะมีค่าใช้จ่ายมาก เพราะฉะนั้นเราสามารถปรับสภาพได้โดยง่ายหากทำตามวิธีเหล่านี้

เช่น การพรวนดินเพื่อเปิดหน้าดินให้ได้รับแสงแดด เป็นเรื่องเบื้องต้น จากนั้นเราสามารถนำมูลสัตว์ ที่เราได้เลี้ยงเอาไว้มาใช้บำรุงดินได้ โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากนัก

4. ประหยัดน้ำด้วยการใช้กระถาง
การเลือกใช้ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเรื่องของการประหยัดน้ำ จะเห็นว่ากระถางนั้นมีกรวัสดุที่หลากหลายมาผลิต หากว่าเราเลือกกระถางที่ทำจากโลหะหรือสังกะสี อาจะทำให้น้ำระเหยได้ง่าย ดินขาดความชุ่มชื้น และเก็บความร้อนมากเกินไป และเราต้องลดน้ำบ่อยขึ้นทำให้สิ้นเปลืองน้ำโยใช่เหตุ

ดังนั้นแล้วเราควรเลือกกระถางที่ผลิตจากดิน หรือว่าเราจะนำมาปรับเปลี่ยนตามสิ่งที่เรามีก็ได้เช่นกัน เช่น น้ำขวดพลาสติกมาทำกระถางเพื่อลดปริมาณขยะ และสามารถใช้ประโยชน์ได้ในหลายทาง

5. ผสมปุ๋ยอินทรีย์
ปุ๋ยอินทรีย์ ถือว่าเป็นปุ๋ยที่เราได้มาจากธรรมชาติจึงทำให้มีประโยชน์มาก ทั้งปลอดภัยไร้สารพิษและประหยัด โดยปุ๋ยอินทรีย์ แบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด ปุ๋ยคอกจากมูลสัตว์ ปุ๋ยหมักจากซากพืชซากสัตว์ และปุ๋ยพืชสดจากพืชหน้าดินที่ย่อยสลาย ซึ่งสามารถทำปุ๋ยหมักเองได้ตามเทคนิคต่อไปนี้

– ปุ๋ยน้ำหมัก

หากว่าเรามีมูลสัตว์ ให้เรานำมูลสัตว์มาผสมเข้ากันใยไม้แห้ แกลบ หรือว่าฟางได้ โดยใช้อัตราส่วนที่ 1 ส่วน ต่อ รำ 1 ส่วน ผสมให้เข้ากันและพักเอาไว้ จากนั้นให้ใช้กากน้ำตาล 40 ซี.ซี จุลินทรีย์ 40 ซี.ซี. และน้ำเปล่า 10 ลิตร ผสมให้เข้ากัน แบบไม่ต้องเหลว และไม่ต้องแห้งมาก เอาแบบกำลังดี จากนั้นทิ้งเอาไว้ประมาณ 10 วันเราก็จะได้ปุ๋ยน้ำหมัก ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีต่อการเกษรทุกชนิด

– หลุมหมักปุ๋ยฉบับ DIY

ในแถบแอฟริกานิยมใช้วิธี เราจึงได้นำมาปรับใช้ในบ้านของเรา เริ่มต้นที่ก่อแปลงปลูกให้เป็นวงกลม และมีความสูงพอสมควร จากนั้นขุดบ่อเอาไว้ตรงกลางแปลง เราจะได้นำซากพืช หรือสิ่งต่างๆ ที่สามารถย่อยสลายได้ใส่ลงไป แล้วใช้ใบไม้แห้ง หรือฟางคลุมทับอีกครั้ง เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย

6. ความชุ่มชื้นของดิน
ถือว่าเป็นอีกสิ่งที่เราจะปล่อยไปไม่ได้ การรักษาความชุ่มชื้นของดิน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เรามาดูวิธีง่ายๆ ซึ่งสามารถทำได้โดยแทบจะไม่ต้องลงทุนเลยสักบาท ให้เรานำเศษทิชชู หรือว่าแพมเพริ์สที่เป็นของใหม่ มาวางรองเอาไว้ใต้กระถาง หรือจะเป็นพวกเสื้อไหมพรมโดยเอามาคลุมหน้าดินด้วยแกลบ จะให้ดีปลูกหญ้าแฝกเอาไว้รอบๆจะช่วยได้มาก

7. ปลูกผักสวน
การปลูกผักสวนครัว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการทำสวนแบบพอเพียง ด้วยสภาพอากาศในประเทศไทยนั้นมีหลากหลายฤดู ทำให้เราไม่สามารถปลูกทุกอย่างได้ตามต้องการ เราต้องปลูกตามฤดูเท่านั้น เพราะฉะนั้นการปลูกพืชผักสวนครัวที่หลาก ย่อมทำให้เราได้ผลผลิตอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

– ในฤดูร้อน สิ่งที่เหมาะสมกับการปลูกตามฤดู คือ มะระ ผักชี ผักกาดหอม ถั่วฝักยาว บวบ น้ำเต้า ข้าวโพดหวาน เป็นต้น

– ในฤดูฝน (ช่วงต้น) สิ่งที่เหมาะสมกับการปลูกตามฤดู คือ กวางตุ้ง ถั่วฝักยาว ผักกาดหอม ผักบุ้ง แตงกวา คะน้า กระเจี๊ยบเขียว พริก บวบ มะเขือ เป็นต้น

– ในฤดูฝน (ช่วงปลาย) สิ่งที่เหมาะสมกับการปลูกตามฤดู คือ มะเขือเทศ แครอท ผักชี กะหล่ำปลี กระหล่ำดอก หอมใหญ่ ขึ้นฉ่าย พริกหยวก ถั่วลันเตา

– ในฤดูหนาว สิ่งที่เหมาะสมกับการปลูกตามฤดู คือ มะเขือเทศ ผักกาดขาว ตั้งโอ๋ บรอกโคลี หอมใหญ่ ถั่วพู ขึ้นฉ่าย

8. ประเภทของพืชหลัก ๆ ที่เราควรปลูก
นอกจากเรื่องของการแบ่งพื้นที่แล้ว เรายังต้องกำหนดว่าจะปลูกอะไรบ้างโดยหลักๆ แล้วสิ่งที่ควรปลูกจะมีดังนี้

– สิ่งที่ควรปลูก พืชผัก-ผลไม้แบบยืนต้นเช่น ลำไย มะม่วง กล้วย มะนาว ขนุน มะละกอ และมะรุม

– สิ่งที่ควรปลูก พืชผักและไม้ล้มลุกเช่น ถั่วฝักยาว ข้าวโพด มันเทศ มะลิ ซ่อนกลิ่น และมะเขือ

– สิ่งที่ควรปลูก พืชสมุนไพร เช่น พริกไทย กะเพรา โหระพา ตะไคร้ ข่า บัวบก สาระแหน และพลู

– สิ่งที่ควรอีกอย่าหงนึ่ง คือเห็ดชนิดต่าง โดยสามารถเลือกได้ตามความชอบ

9. การไล่แมลงแบบไร้สารพิษ
ปัญหาเรื่องแมงถือว่าเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวมาก โดนส่วนมากหลายคนเลือกที่จะใช้สารเคมีในการกำจัด แต่ว่าหากใช้สูตรการทำสวนแบบพอเพียงเรามีวิธีที่สามารถกำจัด แมง และวัชพืชได้โดยง่าย และประหยัดอีกด้วย โดยเบื้องต้นนี้เราจะแนะ 2 วิธีที่นิยมกันมากที่สุด

1. สะเดา

ให้เรานำเมล็ดของมันออกมา จากนั้นก็ล้างให้สะอาด และผึ่งแดดเอาไว้ 4 วัน จากนั้นยำมาบดให้ละเอียดก่อนไปผสมกับน้ำเปล่า แล้วทิ้งเอาไว้ให้ตะกอนจากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง สามารถนำไปฉีดเพื่อพ่นได้ตามปกติ

2. มะเขือเทศ

ผล และลำต้นของมะเขือเทศ สามารถนำมาบดให้ละเอียด จากนั้นผสมกับน้ำขี้เถ้า แล้วกรองให้เรียบร้อย สามารถนำไปฉีดพ่นได้เช่นกัน

10. แบ่งปันผลผลิต
การทำสวนแบบพอเพียง นอกจากเราจะได้ประโยชน์แล้ว เราสามารถแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีอันพึงมีต่อมิตร เพื่อให้รับความพึงพอใจ และเป็นการแลกเปลี่ยนน้ำใจตลอดจนการพบปะพูดคุย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการดำเนินชีวิตตามหลักของ ในหลวง อีกด้วย