พลังผู้เลี้ยงหมู…พลิกผันวิกฤตราคา…ชวนคนไทยบริโภคหมูช่วยเกษตรกร

เป็นเวลากว่า 8 เดือนแล้ว ที่ราคาหมูไทยตกต่ำอย่างต่อเนื่อง เริ่มเห็นเค้าลางมาตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งมาจากอุตสาหกรรมยังไม่มีการรวบรวมผู้ประกอบการและขนาดการผลิต จากจำนวนผู้เลี้ยงทั้งอุตสาหกรรมที่มีอยู่ประมาณ 195,000 ราย

ปัจจุบันคาดว่าประเทศไทยมีแม่พันธุ์หมูประมาณ 1.3-1.4 ล้านตัว ซึ่งระดับแม่พันธุ์ที่ทำให้เกิดความสมดุลของผลผลิตไม่ควรเกิน 1 ล้านตัว เท่ากับมีแม่หมูเกินอยู่ประมาณ 3-4 แสนตัว ส่งผลให้มีผลผลิตลูกหมูขุนออกมาเกินความต้องการของตลาดวันละ 4.5-5 หมื่นตัว จากความต้องการบริโภคของตลาดที่มีไม่เกิน 4.2 หมื่นตัวต่อวันmuslimyouthgroup.org ปริมาณที่เกินความต้องการราวๆ 3,000-8,000 ตัวต่อวัน ทำให้ราคาหมูตกต่ำติดต่อกันเป็นเวลานาน สร้างความเสียหายทั้งอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมหาศาล และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศ ภาระหนี้สิน และผลขาดทุนทั้งอุตสาหกรรม

แม้วันนี้สถานการณ์จะดูเหมือนดีขึ้น แต่เบื้องหลังนั้นใครจะรู้ว่าเกิดจากความร่วมมือร่วมใจโดยแท้ของพี่น้องเกษตรกรและภาคเอกชนในวงการเลี้ยงหมู ที่เดินหน้าช่วยกันแก้ปัญหา เรียกว่า “ผู้เลี้ยงรวมใจ รายใหญ่ร่วมตัดวงจรหมูต่อเนื่อง” ด้วยการดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาราคาหมูตกต่ำ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ หรือพิกบอร์ด (Pig Board) ที่เห็นชอบหลักการตามที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติเสนอ

ตั้งแต่การลดจำนวนหมูขุนเข้าเลี้ยงด้วยการนำลูกหมูหย่านมไปผลิตเป็น “หมูหัน” เป้าหมายจำนวน 100,000 ตัว โดยภาคส่วนผู้ผลิตได้จับมือกันจัดกิจกรรมตัดวงจรลูกหมูมากว่า 3 เดือน นับตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีพี่ใหญ่ในวงการอย่าง ซีพีเอฟ เบทาโกร ไทยฟู้ดส์ ฟาร์มพนัสโภคภัณฑ์ ที่นำร่องไปก่อนด้วยการนำหมูไปทำหมูหัน 30,000 ตัว เป็นประเดิม ต่อมาฟาร์ม SPM-ราชบุรี VPF-เชียงใหม่ กลุ่มแหลมทองสหการ RMC-บุรีรัมย์ ที่ร่วมกันลดปริมาณหมูขุนเพิ่มอีก และยังมีฟาร์มต่างๆเสนอตัวร่วมโครงการต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันมาตรการปลดระวางแม่พันธุ์หมูจำนวน 100,000 ตัว เกษตรกรมีการปลดแม่พันธุ์โดยธรรมชาติจากสภาวะขาดทุน ที่สำคัญยังมีผู้เลี้ยงรายย่อยที่จำเป็นต้องเลิกเลี้ยงหมูไปแล้วไม่ต่ำกว่า 15% หลังแบกรับภาระขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง จากราคาขายหมูที่ตกต่ำ ดังจะเห็นได้จากราคาขายหมูเป็นหน้าฟาร์มเฉลี่ยอยู่ที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยพุ่งไปถึง 60 บาทต่อกิโลกรัม จากปัญหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาเพิ่มต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่วันนี้ราคาปรับไปเกือบ 11 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว นั่นเท่ากับเกษตรกรต้องขาดทุนถึงประมาณ 2,000 บาทต่อตัว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนตัดสินใจเลิกเลี้ยงไปอย่างน่าเสียดาย